Share-FBShare-TWShare-Line

ถ้าคุณคิดจะซื้อเครื่องประดับสักชิ้น นอกจากความหรูหรา ลักซ์บรารีว่าฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นอาจจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้คุณดูมีอะไรมากกว่าเดิม ดังเช่น Jewelry Watch ที่มากกว่าการเป็นแค่นาฬิกา หากแต่แต่งเเต้มลุคของคุณให้อลังด้วยเพชรเม็ดงาม

พูดถึง Jewelry Watch ในสากลโลก แบรนด์นาฬิกาหรูๆ แทบทุกแบรนด์ต่างมีชิ้นมาสเตอร์พีซทยอยกันออกมาอวดโฉมกันพอสมควร ลักซ์บรารีจึงขอคัดเน้นๆ 3 แบรนด์ดัง 6 เรือนเวลา มาให้คุณดูพอเคลิ้มๆ ในลิสต์นี้

1. Breguet


เบรเกต์ แบรนด์นาฬิกาชื่อดัง ก่อตั้งครั้งแรกในปี 1775 ณ กรุงปารีส ที่มีลูกค้าคนสำคัญระดับโลกอย่าง พระนางมารี อังตัวเนตต์, จักรพรรดินโปเลียน รวมไปถึงพระนางคาโรลีน มูราต์ ราชินีแห่งเนเปิลส์

หนึ่งในคอลเลคชั่นที่อลังการขั้นสุดคือ Crazy Flower Full Baguette จากคอลเลคชั่น High Jewelry เป็นการนำ Reine de Naples ทองคำขาว 18 กะรัต มาตกแต่งด้วยเพชรทรงบาเก็ตต์จำนวน 193 เม็ด น้ำหนักรวมประมาณ 58.87 กะรัต ถักทอกลายเป็นรูปร่างของกลีบดอกไม้ที่ดูบอบบาง แต่ขณะเดียวกันก็ดูแข็งแกร่งด้วยเพชร หน้าปัดด้านในกรุด้วยเพชร 66 เม็ดรวม 0.13 กะรัต ส่วนเข็มนาฬิกานั้นยังถูกล้อมด้วยเพชรทรงบาเก็ตชิ้นเดียวกัน 20 เม็ด

ในส่วนของหน้าปัดถูกปูด้วยเพชร 206 เม็ด รวมแล้วกว่า 0.06 กะรัต สำหรับสายนากานั้นตกแต่งด้วยเพชรทรงบาเก็ตต์ทั้งสิ้น 130 เม็ด น้ำหนักประมาณ 22.10 กะรัต ส่วนด้านหลังของนาฬิกาปิดด้วยกระจกแซฟไฟร์ เผยให้เห็นกลไก Self-winding movement (นาฬิกาที่ไขลานอัตโนมัติ) ทำให้ Crazy Flower กลายเป็นไฮไลต์ของคอลเลคชั่นเพชรชั้นสูงของเบรเกต์ไปโดยปริยาย จึงมีสนนราคาอยู่ที่ 53,700,000 ราคาสมเหตุสมผลกับความอลังเบอร์นี้

ส่วนอีกเรือนที่หน้าตาอลังการไม่แพ้กัน รวมไปถึงมีสีสันที่ฉูดฉาดกว่า คือ รุ่น L’orangerie นาฬิกาข้อมือที่ผลิตจากทองคำ 18 กะรัต หน้าปัดประดับเพชร 141 เม็ด น้ำหนัก 5.52 กะรัต หน้าปัดด้านในกรุด้วยเพชรอีก 48 เม็ด น้ำหนักประมาณ 1.10 กะรัต ในส่วนของข้อมือใช้เพชรทั้งหมด 152 เม็ด น้ำหนักประมาณ 10.70 กะรัต ตกแต่งด้วยพลอยโกเมน Spessartine จำนวน 142 เม็ด น้ำหนักประมาณ 7.13 กะรัต ทับทิม 156 เม็ด น้ำหนักประมาณ 1.39 กะรัต นิล 14 เม็ด น้ำหนัก 0.58 กะรัต และ พลอยแซฟไฟร์สีเหลือง 58 เม็ด น้ำหนักประมาณ 0.16 กะรัต ทัวมาร์ลีนสีชมพู 71 เม็ด น้ำหนัก 10.23 กะรัต และเบริลสีเหลืองนำหนัก 3.48 กะรัต

ลักซ์บรารีเดาว่าคุณกำลังกลั้นหายใจกับการไล่เรียงกะรัตเพชรและอัญมณีอยู่ใช่ไหมคะ อลังการเบอร์นี้ แต่ราคาไม่แรง(แพง)เท่าเรือนแรก เบาะๆ ที่ 13,949,000 บาทเท่านั้น

ขอแนะนำว่า หากคุณสามาถลงทุนกับเรือนเวลาได้ถึงระดับนี้ เดรสโค้ดควรจะเป็น LBD Little Black Dress เดรสเรียบๆ สีดำ เพื่อปล่อยให้ Jewelry Watch เรือนนี้ ได้ส่งอประกายเฉิดฉายอย่างเต็มที่

2. Chopard


แบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านจิเวลรี่และนาฬิกาอันดับต้นๆ ของโลก มีจุดกำเนิดใน ค.ศ.1860 ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่เมืองซงลิวิเยร์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยช่างนาฬิกา หลุยส์ ยูลีสล์ โชพาร์ด


คอลเลคชั่นที่อลังการและแพงที่สุดที่แบรนด์นี้เคยทำมาคือ Chopard 201 Carat Watch ด้วยราคา 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 825 ล้าบาทเท่านั้น โดยความอลังการเกิดจากการใช้เพชรชั้นสูงที่มีสีและขนาดที่แตกต่างกันทั้งสิ้น 874 เม็ด จึงพูดได้เต็มปากว่าเมื่อถูกสวมอยู่บนข้อมือของคุณเมื่อไหร่ รับรองว่าต้องเรียกทุกสายตาให้ฟันมาจับจ้องคุณแต่เพียงผู้เดียวแน่นอน

แต่ถ้าอยากได้สไตล์เรียบๆ ลงมาหน่อย ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งงานเพชรอลังๆ ขอแนะนำรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น Green Carpet Collection Jewelry Watch ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า คุณควรเดินอยู่บนพรมแดงสักแห่ง เพราะความหรูหราของเรือนนี้เหมาะกับวาระโอกาสเช่นนั้น

ตัวเรือนทำจากทองคำขาว โอบล้อมด้วยเพชรทรงมาคี ร้อยเรียงกันเป็นรูปร่างงดงามเหมือนใบไม้ ตรงเข็มนาฬิกาเป็นเพชรสีฟ้า สำหรับราคาน่ะเหรอ เข้าขั้น Price on request นั่นหมายถึง ถ้าคุณหมายตาว่าจะซื้อต้องผ่านการตกลงราคากับทางแบรนด์ก่อน ไม่ได้ซื้อหากันได้ง่ายๆ ประเภทเดินเข้าช็อปแล้วคว้าได้เลย เนื่องด้วยการผลิตในจำนวนจำกัด แบบ Custom made ราคาจึงมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามความต้องการของตลาดในตอนนั้นๆ

เพราะฉะนั้นถ้าอยากเป็นเจ้าของ เราก็ขอเอาใจช่วยนะคะ

3.Graff
Laurence Graff คืออภิมหาเศรษฐีแห่งตลาดเครื่องเพชรจิเวลรี เขาเริ่มก่อตั้งธุรกิจด้วยทุนที่แทบจะเป็นศูนย์ กว่าจะมาเป็นแบรนด์จิเวลรี่ระดับโลกอย่างนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ความลับที่เขาประสบความสำเร็จก็คือ งานเพชรทุกชิ้นจะผ่านการเจียระไนอย่างประณีต

และเมื่อคนอย่าง Graff ลงทุนทำอะไรแล้ว เขาลงทุนจนถึงขั้นสุด ดูอย่างคอลเลคชั่น Graff Diamonds Hallucination นาฬิกาที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,815 ล้านบาท ความเลอค่านี้อยู่ที่การใช้เพชรหลากสีสัน ทั้งเหลือง ชมพู น้ำเงิน เขียว และส้ม มาในรูปทรงต่างๆ กัน เช่น ทรงหัวใจ ทรงกลม ทรงมาคี ทรงเอมเมอรัล ฯลฯ ที่ประดับอยู่ทั่วตัวเรือน หน้าปัดเป็นเพชรสีชมพู ส่วนเข็มนาฬิกาเป็นเพชรสีฟ้า รวมๆ น้ำหนักอัญมณีทั้งหมดก็ 110 กะรัต เบาๆ จ๊ะ ซึ่งกรัฟเผยที่มาของการสร้างนาฬิกาเรือนนี้ว่า “นี่คือนาฬิกามาสเตอร์พีซ และเป็นการเฉลิมฉลองความมหัศจรรย์ของสีสันแห่งเพชร”

อีกเรือนที่เพิ่งปล่อยมาปีนี้ ดีไซน์อาจจะไม่ฉูดฉาดหลากสีสันอย่างเรือนข้างบน แต่เหมาะกับความหรูเรียบมากกว่าคือรุ่น Diamond Threads Watch ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น the Threads jewelry collection ขอบอกว่างานดีไซน์ของเรือนนี้เตะตาและโชว์ความประณีตของช่างได้ดี ด้วยการนำเพชรทรงบาเก็ตต์และทรงกลม 5.85 กะรัต มาถักทอเรียงไขว้กันไปมาให้เป็นรูปทรงของนาฬิกา ดูซับซ้อนและน่าค้นหาในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ Anne-Eva Geffroy ดีไซเนอร์ไดเรคเตอร์ของ Graff กล่าวว่า คอลเลคชั่นนี้มีอินสไปร์มาจากความต้องการที่จะทำให้ธรรมชาติได้เชื่อมต่อกับสังคมยุคโมเดิร์น ถามถึงราคาใช่ไหม เรือนนี้อยู่ที่ 140,000 เหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 4 ล้านบาท

สมกับเป็น High Jewlery เพื่อให้คุณมีโอกาสจับจองใช่ไหมละ

ภาพ : ลิขสิทธิ์แบรนด์