Share-FBShare-TWShare-Line

ปฏิเสธไม่ได้ว่า กระเป๋าแบรนด์เนม คือสินค้าที่ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากครอบครอง เป็นเจ้าของ
แต่ใช่ว่าผู้หญิงทั้งโลกจะเกิดมาพร้อมสเตตัส A-List มีเงินให้ใช้จ่ายคล่องมือ เดินเข้า-ออก ช้อปแบรนด์เนม หรือบินไปฝรั่งเศส ช้อปปิ้งไอเท็มแบรนด์เนมทุกซีซั่นซะเมื่อไหร่ และนี่เองที่เป็นที่มาของการเกิดธุรกิจร้านขายกระเป๋าแบรนด์เนมฝากหิ้ว หรือแบรนด์เนมมือสอง ที่ซึ่งสาวๆ สามารถหาสมบัติมาอวดได้ในราคาที่ย่อมเยาว์ลง
ประเด็นคือ "โอกาส" มักจะมาพร้อมกับ "นักฉวยโอกาส" ทำให้บ่อยครั้งเราเห็นข่าวว่าร้านขายของแบรนด์เนมเหล่านี้กลายเป็นแหล่งปล่อยกระเป๋าก็อปเกรด A ที่เนียนเอามากๆ (ก.ไก่ล้านตัว) ซะแทน
คิดดูสิว่ามันน่าช้ำใจแค่ไหน เมื่อเราซื้อ กระเป๋าแบรนด์เนม มาในราคาของแท้ แล้วมารู้เอาทีหลังว่าโดนต้ม เพราะเสียรู้ให้กับแม่ค้าตลาดก็อปปี้
แต่ด้วย Tips & Tricks บอกจุดสังเกตกระเป๋า 4 แบรนด์ดัง Prada, Chanel, Louis Vuitton และ Gucci แบบง่ายๆ ด้านล่างนี้ ลักซ์บรารีเชื่อว่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียน้ำตาให้กับกระเป๋าก็อปแสนแพงที่คุณหลงคิดว่าเป็นของแท้อีกต่อไป

 

กระเป๋า PRADA : ข้อควรสังเกตในการซื้อกระเป๋าปราด้าของแท้

1.ตรวจดูว่าแผ่นป้ายโลโก้ติดอยู่กับกระเป๋าอย่างแน่นหนามั่นคง และรอยเย็บทั้งหมดแน่นสนิทกันดีหรือไม่ หากมีตำหนิหรือเอียงก็ให้เชื่อไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็นของปลอม
2.สำรวจว่ามีโลโก้ PRADA พิมพ์อยู่บนชิ้นส่วนโลหะของกระเป๋าทุกชิ้นหรือไม่ ทั้งหัวสายรัด หมุดโลหะตรงก้นกระเป๋า ตัวล็อก ฯลฯ หากไม่มีหรือมีไม่ครบ กระเป๋าใบนั้นก็ปลอมได้ไม่เนียนเลยจริงๆ
3.โลโก้สามเหลี่ยมกลับกับหัวเป็นสิ่งที่สังเกตได้ง่าย ดูให้ดีว่าสีพื้นหลังของป้ายโลโก้กับสีกระเป๋าเป็นสีเดียวกันไหม และฟอนต์ที่พิมพ์คำว่า “PRADA” ทุกจุดเหมือนกันทั่วทั้งใบหรือไม่
4.สังเกตขาของตัวอักษร “R” บนโลโก้ว่ามีส่วนโค้งหรือไม่ ซึ่งจุดนี้เป็นลักษณะเด่นชัดที่สุดของโลโก้ปราด้า และเป็นตัวที่จับไต๋ได้มากที่สุดว่ากระเป๋าเป็นของจริงหรือของปลอม นั่นคือของจริงตรงขาขวาของตัว "R" จะตวัดขึ้นเล็กน้อย ถ้าขาขวาตรงๆ เหมือนตัว "R" ปกติ ก็แสดงว่าเป็นของปลอมแน่นอน
5.สังเกตว่าแผ่นป้ายโลโก้ภายในกระเป๋าใช้วัสดุเข้ากับตัวกระเป๋าภายในหรือไม่ หรือในกรณีที่เป็นกระเป๋าหนัง แผ่นป้ายควรยึดกับหนังด้วยหมุด 4 ตัว ซึ่งนี่เป็นจุดสังเกตที่สำคัญมาก
6.ตรวจดูว่าแผ่นโลโก้ด้านในเขียนว่า “Prada Milano Made in Italy” วลีนี้จะแยกเป็น 3 บรรทัด โดย "Prada" จะอยู่บรรทัดแรก ตามด้วย "Milano" บรรทัดที่สอง และ "Made in Italy" ในบรรทัดสุดท้าย

7.เปรียบเทียบชิ้นส่วนโลหะทุกชิ้นเพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นทองหรือเงินเหมือนกันหมดทุกชิ้นหรือไม่ ปราด้าจะใช้ชิ้นส่วนโลหะทองหรือเงินคุณภาพดีเท่านั้น ในกระเป๋าหนึ่งใบจะไม่มีการใช้สีปนกันมั่ว จึงต้องดูว่าชิ้นส่วนโลหะทุกชิ้นได้แก่ซิป ตะขอ และหมุดเป็นสีเดียวกันทุกชิ้น ถ้าสีหรือผิวเคลือบต่างกัน หรือสีไม่สม่ำเสมอ หนักสุดคือบิ่นก็แสดงว่าเป็นของปลอม
8.ในส่วนของซิป ให้สังเกตด้านหน้าซิปจะมีคำว่า Prada สลักอยู่ ขณะที่ด้านหลังของซิปจะสลักชื่อยี่ห้อซิปอย่าง “YKK” , “RiRi” , “Lampo” , “Opti” หรือ “Ipi” ไว้ อย่าลืมดูเผื่อไปถึงตัวสะกดชื่อซิปด้วย เพราะของปลอมมักจะเปลี่ยนตัวหนังสือแค่ตัวเดียว
9.สำรวจป้ายผ้าสี่เหลี่ยมเล็กๆ สีขาวระบุหมายเลขจากโรงงานที่ควรจะมีอยู่ภายในกระเป๋าปราด้าหรือไม่
10.ดูรอยเย็บตะเข็บ กระเป๋าปราด้าของแท้รอยเย็บจะเล็กและแน่น ฝีเข็มเป็นระเบียบเท่ากัน ไม่เบี้ยว ด้ายเย็บเป็นสีเดียวกับตัวหนัง ถ้ามีด้ายลุ่ยหรือคนละสี แสดงว่าปลอมชัวร์

 

กระเป๋า CHANEL : ข้อควรสังเกตในการซื้อกระเป๋าชาแนลของแท้




1.ดูที่โลโก้ตัว C ไขว้กัน ของแท้ ตัว C ข้างขวาต้องทับกับด้านบนของตัว C ข้างซ้าย ขณะเดียวกันตัว C ข้างซ้ายก็ต้องทับกับด้านล่างของ C ข้างขวาเสมอ
2.สังเกตลายของกระเป๋าตามส่วนต่างๆ ต้องเย็บต่อเข้ากับตัวกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบจนไม่เห็นรอยตะเข็บ แม้แต่บริเวณรอยต่อของที่เปิด-ปิดกระเป๋า หากลายกระเป๋าไม่แมทช์กันอย่างสมบูรณ์ก็ฟันธงได้เลยว่าเป็นของก็อป เนื่องจากชาแนลพิถีพิถันกับความสมบูรณ์แบบมาก
3.ซิปบนกระเป๋าชาแนลคือตัวบ่งบอกอายุ สาวกชาแนลส่วนใหญ่จะสามารถบอกอายุของกระเป๋าจากประเภทของซิปได้ เพราะชาแนลไม่เคยใช้ซิปเหมือนกันเลยในแต่ละปี แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มคิดจะสวามิภักดิ์แล้วไม่อยากเจอโป๊ะก็ให้จับจ้องที่ยี่ห้อซิปเลย ชาแนลแท้จะใช้ซิปของ Lampo , YKK และ Opti DMC วนๆ กันไป
4.Serial Numbers บนกระเป๋าชาแนลคือตัวบอกปีที่ผลิต ให้นับจำนวนตัวเลข Serial Numbers กระเป๋าชาแนลที่ผลิตก่อนปี 2005 เลขซีเรียลจะมี 7 หลัก หลังจากนั้นจนถึงปัจจุบันจะเป็น 8 หลัก ไม่มีเกินจากนี้
5.สังเกตว่าสีของ Stamping ชื่อแบรนด์ภายในกระเป๋าตรงกับสีของส่วนประกอบโลหะ และสายโซ่หรือไม่ และตำแหน่งของชื่อแบรนด์อยู่ตรงกลางกระเป๋าโดยมีระยะห่างของตัวอักษรเท่าๆ กันหรือเปล่า เนื่องจากของเลียนแบบมักจะละเลยจุดสังเกตเหล่านี้
6.สายโซ่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์นี้ ชาแนลแท้สายโซ่และหนังที่ร้อยเข้าด้วยกันจะเป็นเส้นเดียวตลอดทั้งเส้น ไม่มีรอยต่อ
7.ส่องการ์ด Authenticity ที่กระเป๋าของชาแนลทุกใบควรจะมีกับแสงไฟ ถ้ามีแสงสะท้อนโฮโลแกรมสีรุ้งออกมาก็ถือว่าผ่าน จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่พิสูจน์กระเป๋าของแท้ได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งไม่ว่ากระเป๋าก็อปจะทำมาเนียนเท่าไรก็มักจะพลาดกันที่จุดนี้

 

กระเป๋า Louis Vuitton : ข้อควรสังเกตในการซื้อกระเป๋าหลุยส์ วิตตองของแท้

1.หลุยส์ วิตตอง เป็นแบรนด์ที่คลั่งไคล้ในความงามของสมมาตรมากๆ จึงควรสตาร์ทการจับโป๊ะด้วยการสังเกตลวดลายบริเวณรอยต่อ ของแท้ต้องงานดีงานละเอียด ลายตรงกันเป๊ะๆ ทั้งขนาดและการเชื่อมต่อ ถ้าเจอความบิดเบี้ยว ต่อกันไม่พอดีของลาย ก็เป็นของปลอมแน่นอน
2.หากมีเวลาตรวจฝีเย็บของกระเป๋า นอกจากดูความปราณีต ดูสีด้ายว่าเป็นสีเดียวกันหรือเปล่าแล้ว คุณควรจะนับจำนวนฝีเย็บในตำแหน่งต่างๆ ของกระเป๋าที่ใกล้เคียงกันด้วย หากนับได้เท่าๆ กัน อีกทั้งฝีเย็บมีระยะห่างเท่ากันและมีความสมมาตรกัน ก็คือของแท้ไม่มั่วนิ่มมา
3.สังเกตว่ามีโลโก้ของแบรนด์ประทับอยู่บนชิ้นส่วนโลหะของกระเป๋าทุกชิ้นหรือไม่ การตรวจสอบจุดนี้จะช่วยยืนยันว่าไม่เคยมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนของกระเป๋ามาก่อนได้ด้วย
4.หมุดกระเป๋าต้องเป็นสีทองและต้องมีรอยปั๊มคำว่า “Louis Vuitton” ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า และควรยอมเสียเวลาสะกดคำให้ครบถ้วน ถ้าตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่งหายไปก็ปลอมชัวร์
5.ซิปกระเป๋าต้องเป็นสเตนเลสแท้สีทอง รูดลื่น ไม่ติดขัด หัวซิปดีไซน์เป็นตัวปั๊ม LV ซ้อนทับกันบนสเตนเลสแผ่นเรียบ ไม่นูนขึ้นหรือเว้าลง
6.กระเป๋าหลุยส์แท้ หูกระเป๋าทำจากหนัง natural cowhide (ไม่ฟอกสี) ซึ่งถ้าผ่านการ oxidizing หรือโดนอากาศสีจะยิ่งเข้มสวย จึงไม่ต้องเอาอะไรมาห่อป้องกันไว้ เพราะฉะนั้นถ้าเห็นใครขายแล้วเอาพลาสติกห่อไว้ละก็ของปลอมแน่นอน
7.เช็ค Date Code รหัสวันที่ผลิตที่สลักอยู่ตามส่วนต่างๆ รอบกระเป๋า กระเป๋าหลุยส์แท้ทุกใบจะต้องมีป้ายขนาดเล็กอยู่ในตัวกระเป๋า ในป้ายจะประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ซึ่งบอกถึงประเทศที่ผลิต และเลข 4 ตัวคือวันเดือนปีที่ผลิต ถ้าหาไม่เจอคือโป๊ะปลอม
8.กระเป๋าหลุยส์แท้จะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าเป็นลาย Monogram และ Damier จะมีกลิ่นหอมของหนัง canvas หรือลายไม้ (Epi) จะมีกลิ่นหนังชัดเจน ซึ่งของก๊อปไม่มีทางทำได้เหมือนเด็ดขาด โดยเฉพาะก๊อปเกรดต่ำจะมีกลิ่นพลาสติกชัดมาก

 

กระเป๋า GUCCI : ข้อควรสังเกตในการซื้อกระเป๋ากุชชีของแท้


1.สังเกตว่ามีข้อความ “Made in Italy” พิมพ์อยู่อย่างชัดเจนใต้แผ่นป้ายของกุชชีหรือไม่ เนื่องจากกระเป๋าของ กุชชีมักผลิตในอิตาลี ข้อสังเกตนี้จึงใช้พิสูจน์ได้ง่ายมาก นอกจากนี้กุชชีแท้ ขอบของป้ายจะต้องมีเหลี่ยมมีมุมชัดเจน และรหัสสินค้าบนป้าย หรือ Model Number จะต้องมีเลข 4-6 หลัก หากพบว่าผิดไปจากนี้ ขอให้คุณรีบคืนสินค้าเสียก่อนที่จะหมดช่วงเวลารับประกัน
2.สังเกตว่ามีการพิมพ์ข้อความบนแผ่นหนังหรือไม่ เนื่องจากหนัง Guccissima จะใช้เฉพาะการสลักข้อความเท่านั้น หากข้อความบนกระเป๋าเป็นข้อความจากการพิมพ์ก็เป็นไปได้ว่านั่นเป็นกระเป๋าก็อป
3.สำรวจฝีเย็บ กระเป๋ากุชชี่มักปลอมพลาดตรงด้ายเย็บ ของแท้จะไม่มีด้ายรุ่ยออกมาให้เห็น และปลายด้ายจะเย็บเอียงนิด ๆ ส่วนของปลอมจะรุ่ยง่ายมาก และปลายด้ายก็เย็บเป็นเส้นตรง ๆ ไม่เอียงอย่างของจริง
4.ดูการเก็บตะเข็บ ดังเช่นกระเป๋าแบรนดเนมแท้ทุกแบรนด์ กุชชีก็เคลมตัวเองว่ามีคุณสมบัติงานดีงานละเอียดเช่นกัน ดังนั้นหากเป็นกระเป๋าลายโมโนแกรม ให้สังเกตว่าตัวอักษร “G” ของลายสมดุลกันหรือไม่ และลายมีความคมชัดดีหรือเปล่า และแน่นอนว่าต้องไม่มีรอยเย็บใดตัดผ่านตัวอักษร GUCCI ให้เสียเกรดแบรนด์เป็นอันขาด
5.สังเกตด้านในกระเป๋า ของแท้ ผ้าซับในกระเป๋าจะใช้วัสดุที่ทำมาจากไหมแท้ๆ ราคาแพง จึงมีสัมผัสนุ่มลื่น ไม่สาก ซึ่งของปลอมส่วนใหญ่จะไม่ลงทุนกันขนาดนี้
6.สำรวจว่าชิ้นส่วนโลหะทุกชิ้นมีโลโก้ของแบรนด์ประทับอยู่หรือไม่ แม้จะเป็นเรื่องกินเวลา แต่วิธีนี้นับว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการพิสูจน์กระเป๋าแบรนด์เนมของแท้ อีกจุดที่ต้องไม่พลาดคือการดูสีและความวาวของชิ้นส่วนโลหะ กระเป๋าแท้จะเป็นสีทองแมตต์ มีความเงานิดหน่อย แต่ของปลอมจะเป็นทองเงาวิ้งวับทีเดียว


ทราบเทคนิคการจับโป๊ะกระเป๋าแบรนด์เนมปลอมไปแล้ว เชื่อว่าคุณผู้อ่านคงได้วิธีการต่างๆ เพื่อไปปรับใช้ก่อนซื้อกระเป๋าเเบรนด์เนมกัน หรือถ้าอยากช้อปกระเป๋าแบรนด์เนม Pre-Owned Use ของแท้ คุณภาพดี สามารถคลิกเลือกชมและซื้อได้เลยที่นี่ค่ะ http://www.luxbrary.com

Source of Image : http://www.luxbrary.com